แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวหนัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวหนัง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2558

วิจารณ์หนังหลักใหญ่ UNBROKEN

บทวิจารณ์หนังเรื่อง UNBROKEN


class=aligncenter


ถึงแม้ว่าหนังอย่างเรื่อง Unbroken นั้นจักตั้งใจนำเสนอวีรกรรมพร้อมทั้งความอดทนของบุคคลที่มีตัวตนอยู่แท้ในประวัติส่วนตัวศาสตร์อย่าง หลุยส์ แซมเปอร์รินี่ แต่ทว่าจุดขายของโปรแกรมหนังที่แท้แน่นอนคือการเอาชื่อผู้กำกับหนังหญิงอย่าง แองเจลิน่า โจลี่ มาขายเป็นหลัก เสียจนเราอาจจักกล่าวได้ว่า เราแทบจักสนใจในออร่ารัศมีของตัวโจลี่ มากกว่าจักไปโฟกัสตัวหนังเสียอีกด้วยซ้ำไป


ซึ่งแน่แท้ๆ แล้วผลงานการกำกับของโจลี่ชิ้นที่ 3 นี้ถือว่าทำออกมาได้สมน้ำสมเนื้อ เพราะตัวหนังมีสเกลของเรื่องที่เรียกได้ว่าใหญ่พอตัว เนื่องจากตัวหนังมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องสงคราม ปรากฏม่านบังตาเครื่องบินรบ รวมไปถึงช่วงเวลาที่ตัวละครของเรื่องต้องไปลอยคออยู่กลางทะเล ก่อนที่จะโดนจับไปอยู่ในค่ายเชลยตอนท้ายเรื่อง ซึ่งแน่นอนว่าการกำกับงานสร้างของโจลี่แม้ว่าจะออกมาน่าพอใจ แต่เท่าที่ลองหันกลับมามองในเรื่องตัวบทภาพยนตร์ด้วยกันวิธีการเล่าเรื่องของเธอแล้วจักพบว่าตัวหนังเข้าใหม่ค่อนข้างประสบปัญหาพอสมควร


โดยที่ แจ็ค โอคอนเนล ที่เป็นนักแสดงนำของเรื่องที่รับบทเป็น หลุยส์ แซมเปอร์รินี่ นั้นต้องรับหน้าที่ในการโอบอุ้มเช็ครอบหนังทั้งเรื่องไว้เลยทีเดียว เนื่องมาจากมันเล่าช่วงเวลาที่เขาต้องพยายามเอาชนะตัวเองในการวิ่งมาราธอนก่อนจะผันตัวเองไปวิ่งแข่งขันเป็นนักกีฬาในการแข่งขันโอลิมปิกโลก ซึ่งหนังก็เล่าช่วงเวลานี้แบบทะลุทะลวงๆ ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมากนัก


แต่ทว่าฝันของหลุยส์ นั้นก็ต้องดับวูบหายไปคราวเขาต้องเข้าไปร่วมเป็นพลทหารอากาศในกองทัพสหรัฐ ระหว่างที่เขาได้รับภารกิจในการบินไปลาดตระเวนนั้นเองเครื่องของเขาก็ถูกยิงตกลงในมหาสมุทรจนต้องลอยคอยอยู่กลางทะเลเป็นเวลาหลายอาทิตย์ ซึ่งพวกเขาก็ต้องเผชิญสภาพขาดน้ำ ขาดอาหารพร้อมกับโดนแสงแดดแผดเผาจนร่างกายไหม้ คล้ายๆ กับชีวิตพายใน Life of Pi แต่ที่ซวยหนักกว่าคือการที่เขาถูกกองทัพญี่ปุ่นพบและจับตัวไปเป็นเชลยสงครามในค่ายทหาร


พร้อมด้วย ณ ในค่ายทหารนั้นเองหลุยส์ต้องเผชิญหน้า เดอะเบิร์ด 1.มิยาวิ, 2.ทาคามาสะ อิชิฮาระ ที่ใครๆ ก็ขนานนามว่าเขาเป็นจอมโหดแห่งค่ายเชลยสงครามที่มักจะลงมือลงไม้กับนักโทษเป็นประจำ พร้อมกับหลุยส์ก็ตกเป็นกระสอบทรายอยู่บ่อยครั้ง


ซึ่งสิ่งที่น่ากังขาก็คือ ความสัมพันธ์แบบทั้งรักทั้งเกลียดของ เดอะเบิร์ด กับ หลุยส์ นั้น เรียกได้ว่าตัวดูหนังนำเสนอมาแล้วส่อกลิ่นโฮโมอิโรติกคลุ้งจอไปหมด ตามที่เคมีของนักแสดงชายทั้งสองคนดันเข้ากันแบบประหลาด ยิ่งแววตาโหยไห้ของฝ่ายญี่ปุ่นนั่นยิ่งสร้างความรู้สึกตะหงิดๆว่าจริงๆๆแล้ว เดอะเบิร์ดนั้นแอบชอบในความไม่ยอมปราชัยของหลุยส์ หรือคิดเป็นอื่นไกลไปกว่านั้นเราก็ไม่อาจจะรู้ได้เหมือนกัน พางแค่รู้สึกได้ว่าฉากนั้นส่งกลิ่นแปลกๆอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว


เพราะถ้ามองในภาพรวมแล้วหนังใหม่อาจจะไม่ได้บันเทิง ไม่ใช่หรือน่าจดจำในทุกภาคส่วน แต่ถือว่าเป็นผลงานที่เรามองเห็นความตั้งใจของ แองเจลิน่า โจลี่ ในการถ่ายทอดเรื่องราวของหลุยส์ แซมเปอรินี่ได้ไม่เลวทีเดียวครับ

ให้ 3 คะแนนจาก 5 คะแนน

@พริตตี้ปลาสลิด

class=

ที่มา: http://movie.sanook.com/48181/

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สิ่งตอบแทน Oscars 2015 บำเหน็จตรงนี้ ใครสมควรหาได้?

รางวัล Oscars 2015 รางวัลนี้ ใครควรได้?




เดินทางเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการประกาศผลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 87th Academy Awards หรือ Oscars 2015 รางวัลออสการ์ที่เตรียมมอบให้กับหนังคุณภาพที่คู่ควรในสาขาต่างๆ ในคืนวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ที่จักถึงนี้ ในเช้าวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในประเทศไทย

ขึ้นชื่อว่ารางวัลออสการ์ 2015 นั้นก็ยังคงอัดแน่นด้วยภาพยนตร์คุณภาพที่ตรงตามเกณฑ์พร้อมทั้งมาตรฐาน ทั้ง 24 สาขารางวัล เพราะในปีนี้ภาพยนตร์ตลกร้าย รวมดาราชั้นนำ กลายเป็นในความโดดเด่น Birdman กับ The Grand Budapest Hotel เข้าชิงมากที่สุดถึง 9 รางวัล

โดยภาพยนตร์เนื้อหาเกี่ยวกับสงครามก็มาแรงอย่างเรื่อง The Imitation Game เข้าชิงถึง 8 รางวัล ส่วนหนังม้ามืดอย่างเรื่อง American Sniper มีชื่อเข้าเข้าชิงถึง 6 รางวัล  ในขณะที่หนังที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการในปีนี้อย่างเรื่อง Boyhood ก็ได้กลายเป็นตัวเต็ง เข้าชิง 6 รางวัลเช่นเดียวกัน

แต่ว่าผู้ชนะในแต่ละสาขามีได้เหมือนแค่หนึ่งเดียว นี่คือ การคาดการณ์ ผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 87 ซึ่งประมวลจากข้อมูลทางสถิติรางวัลพร้อมกับรายได้ รวมทั้งคะแนนเสียงจากนักวิจารณ์หนังชั้นนำมาให้ได้ดูกัน




ซึ่งเหตุด้วยบรรดารางวัลที่เกี่ยวกับ การแสดง ของออสการ์ปีนี้ เป็นที่น่าเสียดาย ก็เพราะว่าหลายสาขาล้วนแต่มี ตัวเต็ง หรือ ตัวเด่น ชนิดที่เตรียมตัวนอนมารับตุ๊กตาทอง แม้ไม่มีอะไรที่พลิกความคาดหมายพร้อมกับค้านสายตาคนดูหนังอย่างเราๆ

มาเริ่มต้นต้นจาก รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ที่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า Julianne Moore มีผลงานการแสดงอันยอดเยี่ยมใน Still Alice กับบทบาทผู้หญิงกลายเป็นโรคอัลไซเมอร์ ได้รับเสียงชื่นชมอย่างเป็นเอกฉันท์จากเทศกาลหนังต่างๆ ด้วยกันนี่อาจจะสิ้นสุดการรอคอยเกือบ 20 ปี ภายหลังที่เธอเคยเข้าชิงออสการ์มาถึง 4 ครั้ง แต่ยังไม่เคยคว้าได้เลยสักตัวเลย

ในส่วนสาวคนอื่นๆ ที่ร่วมเข้าชิงในรางวัลนักแสดงนำหญิงนี้ แม้จะทำผลงานเข้าตากรรมการ แต่ก็ยังไม่มีใครโดดเด่นได้เท่ากับตัวเต็ง บทบาทของ Felicity Jones ในเรื่อง The Theory of Everything นั้นน่าประทับใจ พร้อมด้วย ไม่ควรมองข้าม

ส่วน Reese Witherspoon ในเรื่อง Wild ยังคงสร้างงานแสดงดีๆ ได้สมกับมาตรฐานของ Marion Cotillard จากเรื่อง Two Days, One Night ติดโผเข้ามาอย่างเซอร์ไพรส์ พร้อมด้วยก็ไม่น่าแปลกใจที่เธอขึ้นแท่นเป็นขวัญใจกรรมการ ส่วน Rosamund Pike จากเรื่อง Gone Girl เธอคนนี้ก็ต้องจับตามอง

ผู้ชนะที่คาดว่าจักได้รางวัล: Julianne Moore | ส่วนตัวแปร: Felicity Jones | ส่วนม้ามืด: Reese Witherspoon




พร้อมด้วยมาดู รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม กันบ้าง สาขานี้ก็แทบจะไม่ต้องลุ้น เจ้าแม่ดาราทีวี Patricia Arquette น่าจักมาคว้ารางวัลออสการ์จากการเข้าชิงครั้งแรกไปได้อย่างสบาย จากการแสดงที่โดดเด่นในเรื่อง Boyhood

ด้วยกันคู่แข่งคนอื่นๆ ในสาขานี้แทบจักไม่น่ากลัวอย่าง Emma Stone จากเรื่อง Birdman กับ Keira Knightley จากหนังเข้าใหม่เรื่อง The Imitation Game ที่ได้รับเสียงชมจากนักวิจารณ์ Laura Dern จากเรื่อง Wild ก็ติดโผเข้ามาแบบงงๆ ส่วน Meryl Streep จากเรื่อง Into the Woods รายนี้เป็นขาประจำ เข้าชิงออสการ์แบบปีเว้นปี


ผู้ชนะที่คาดว่าจะได้รางวัล: Patricia Arquette | ส่วนตัวแปร: Keira Knightley | ส่วนม้ามืด: Laura Dern




พร้อมทั้งมาดูรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ก็เป็นอีกหนึ่งสาขาที่มี ตัวเต็ง ลอยเด่นมาแต่ไกลอย่าง JK Simmons ที่โชว์ฝีมือการแสดงเข้าขั้นเทพในเรื่อง Whiplash ที่เดินสายกวาดรางวัลมาแทบจักทุกเวที กับนี่คงเป็นการคว้าตุ๊กตาทองตัวแรกในชีวิตการแสดงของเขา ที่น่าจะครอบครองมาได้เพราะไร้ข้อกังขา

ในขณะที่ผู้เข้าชิงอีก 4 คน ก็ไม่น่าหวั่นเกรงสักเท่าไหร่อย่าง Edward Norton จากเรื่อง Birdman กับ Ethan Hawke จากเรื่อง Boyhood เพราะที่ 2 คนนี้บรรดานักวิจารณ์หนังคอยส่งเสียงเชียร์อยู่ไม่น้อย ส่วน Mark Ruffalo จากหนังเรื่อง Foxcatcher กับ Robert Duvall จากเรื่อง The Judge และน่าเสียดายที่พวกเขาแทบจักถูกลืม

ผู้ชนะที่คาดว่าจักได้รางวัล: J.K. Simmons | ส่วนตัวแปร: Edward Norton | ส่วนม้ามืด: Ethan Hawke



มาเพิ่มระดับความน่าตื่นเต้นกันน่อย ด้วยว่ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประจำปีนี้คงเป็นสาขาการแสดงที่ได้ลุ้นกัน การชิงดีชิงเด่นระหว่าง หนุ่มดาวรุ่ง กับ ดารารุ่นใหญ่อย่าง Michael Keaton ที่โชว์ ยอมของโดนใจนักวิจารณ์ทั้งประเทศจากการแสดงใน Birdman ส่วน Eddie Redmayne จากเรื่อง The Theory of Everything ที่รับบทอัจฉริยะโลกจารึกอย่าง Stephen Hawking แบบตามสูตรออสการ์เป๊ะ แม้ว่าคะแนนของทั้งคู่จักสูสีกัน แต่ผู้ชนะมีพ่างแค่หนึ่งเดียว

กับผู้เข้าชิงรางวัลนำชายคนอื่นๆ ก็น่าประทับใจ อย่าง Steve Carell ที่พลิกบทบาทแปลงโฉมโชว์ฝีมืออย่างเข้มข้นในเรื่อง Foxcatcher ก็ไม่ควรมองข้าม เช่นเดียวกับ Benedict Cumberbatch จากเรื่อง The Imitation Game ก็พอที่จะมีลุ้น ส่วนขวัญใจอเมริกาอย่าง Bradley Cooper จากหนังเป็นที่นิยมเรื่อง American Sniper ก็น่าจักกลายเป็นม้ามืดอยู่ในสาขารางวัลนี้

ผู้ชนะที่คาดว่าจักได้รางวัล: Eddie Redmayne | ส่วนตัวแปร: Michael Keaton | ส่วนม้ามืด: Bradley Cooper

พร้อมทั้งตามมาด้วยรางวัลเกี่ยวกับ บทจอเงิน ปีนี้พบว่ามีการแข่งขันค่อนข้างสูสีในสาขารางวัลนี้ อีกทั้งยังมีบทหนังหลายเรื่องที่คาดว่าจักติดโผเข้าชิง แต่กลับไม่มีชื่ออย่างน่าประหลาดใจ เช่น เรื่อง  Gone Girl, เรื่อง Wild หรือไม่ เรื่อง Still Alice เป็นต้น




ด้วยรางวัลบทจอเงินดัดแปลงยอดเยี่ยม แม้จักมีชื่อหนังหลายๆ หลุดโผไป แสดงให้เห็นว่าสาขารางวัลนี้ค่อนข้าง สายแข็ง โดยเฉพาะงานดัดแปลงจากหนังสืออัตชีวเรื่องราวกลางสมรภูมิรบอย่างเรื่อง American Sniper ได้ภาษีดีขึ้นมาทันที ที่กลายเป็นได้รับความนิยมถล่มทลายตั้งแต่ปีใหม่ ส่วนหนังอินดี้อย่างเรื่อง Wishlash ดัดแปลงมาจากหนังสั้นชื่อเดียวกัน ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเต็งที่สร้างสรรค์ได้อย่างมีชั้นเชิง

ในส่วนผู้เข้าชิงเรื่องอื่นๆ งานดัดแปลงจากหนังสือของเรื่อง The Imitation Game ก็ไม่ควรมองข้าง เช่นเดียวกับเรื่อง The Theory of Everything ความเป็นมาของอัจฉริยะเรื่อง Stephen Hawking  ที่ตีความออกมาได้อย่างประทับใจ ขณะที่เรื่อง Inherent Vice กลายเป็นตัวเร่ำลือกที่ติดโผเข้ามาแบบเซอร์ไพร์ส

เนื่องด้วยผู้ชนะที่คาดว่าจะได้รางวัล: Wishlash เพราะ Damien Chazelle | ส่วนตัวแปร: The Imitation Game โดย Graham Moore | ส่วนม้ามืด: American Sniper เพราะ Jason Hall


รางวัลยังไม่หมดแค่นี้นะ เดี๋ยวมาต่อกันพรุ่งนี้นะครับ ไม่ก็ใครที่ขี้เกียจรอ เข้าไปอ่านได้เลยครับที่นี่ http://movie.sanook.com/47649/

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Marvel เตรียมเอากลับคืน spierman มาถึงเข้าร่วมกับข้าว Avengers,HUNGER PART 2

ล่าสุด!! สาวกสไปเดอร์แมน เตรียมเฮ! 

หลังมาร์เวล ได้สิทธิ์ดึงตัวละครกลับมาแจมในสงครามจักรวาล




ก็อาจจักเรียกได้ว่าเป็นข่าวที่ดีที่สุดในรอบหลายๆปีกันเลยก็ว่าได้ ก็เพราะว่าในเวลานี้ทางสตูดิโอมาร์เวลพร้อมด้วยโซนี่ พิกเจอร์ส นั้นรอบรู้หาข้อตกลงร่วมกัน รวมไปถึงส่วนแบ่งเรื่องเงินเป็นที่ลงตัว แล้วว่าระยะนี้ฮีโร่อย่างสไปเดอร์แมนนั้นจักได้เข้ามาร่วมทีมกับ The Avengers ได้อย่างแน่นอน และที่สำคัญคือการได้ร่วมแจมกับกรุ๊ป อเวนเจอร์ นี้จักมีการเฟ้นหาไอ้แมงมุมตัวใหม่ด้วย




โดยที่ทาง แอนดรูวส์ การ์ฟิลด์ ไอ้แมงมุมจากเรื่อง The Amazing Spiderman ก็ได้ออกมาตอบเช่นกันว่าเขาจักไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังในการรวมหมู่ The Avengers แต่ว่าที่แน่ๆคือ ทางมาร์เวลเองก็มีแผนการที่จะให้ไอ้แมงมุมได้ไปปรากฏตัวอยู่ใน Captain America: Civil War แบบพอหอมปากหอมคอด้วยเช่นกัน




เพียงแต่ว่าการประกาศข่าวที่น่ายินดีนี้ก็มีข่าวร้ายเช่นกัน พอโปรเจ็คหนังที่รวมดาวร้ายของตัวละครคู่อริของสไปเดอร์แมนอย่าง Sinister Six ที่มีกำหนดการเข้าฉายในปี 2016 ก็ถูกพับเก็บเข้ากรุไปกับมีทีท่าว่าอาจจักไม่ได้สร้างในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

กับอย่างไรก็ตามข้อตกลงใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่าง เควิน ไฟกี ของมาร์เวล สตูดิโอ กับ เอมี พาสคาล ซึ่งลาออกจากตำแหน่งประธานร่วมของโซนี พิกเจอร์สนั้น ที่ทั้งสองสตูดิโอจะร่วมมือกันสร้างสรรค์เรื่องราวใหม่ให้กับซูเปอร์ฮีโร่อย่างสไปเดอร์แมน

ซึ่งความพิเศษ ที่มียิ่งกว่านั้นก็คือ การที่อาจจักหาโอกาสพิเศษให้ตัวละครจากจักรวาลมาร์เวลได้มีโอกาสมาโผล่อยู่ในเรื่องราวของหนังเรื่องสไปเดอร์แมนด้วย




พร้อมด้วยที่แน่นอนว่าโปรแกรมหนังในเรื่อง The Avengers Age of Ultron นั้นคงจะยังไม่มีสไปเดอร์แมนโผล่หน้ามา เพราะว่าได้ปิดกล้องไปแล้วแถมหนังก็จ่อคิวเข้าฉายแล้วเรียบร้อย แต่ว่าในตอน Avengers: Infinity War – Part 1 เขานั้นก็น่าจะได้ออกมาร่วมกลุ่มกับบรรดาฮีโร่คนอื่นๆอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นการได้ร่วมพวกของฮีโร่นักไต่เข้ากับจักรวาลมาร์เวลครั้งนี้ทำให้สตูดิโอต้องเลื่อนวันฉายของซูเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆ ตามไปด้วยดังถัดจากนั้นนี้


  1. เรื่อง Thor: Ragnarok นั้นเลื่อนวันฉายใหม่ไปเป็น 3 พฤศจิกายน 2017
  2. เรื่อง Black Panther นั้นเลื่อนวันฉายไปเป็น 6 กรกฎาคม 2018
  3. เรื่อง Captain Marvel นั้นเลื่อนตามไปเป็น 2 พฤศจิกายน 2018
  4. เรื่อง Inhumans นั้นเลื่อนวันฉายไปเป็น 12 กรกฎาคม 2019



ภาคปิดม่าน HUNGER PART 2 อย่างยิ่งใหญ่

บนจอ IMAX ด้วยกันหนังภาคแยก




ซึ่งหลังจากที่โดนแฟนหนังทั่วโลกโอดโอยว่าทำไมหนังภาคแรกของ The Hunger Games: Mockingjay PART 1 ถึงแม้ว่าไม่ได้เข้าฉายบนจอ IMAX แต่ด้วยภาคที่สองที่มีคิวเข้าฉายในช่วงกลางปีนี้ได้ข้อสรุปจากสตูดิโออย่างไลออนเกสต์แล้ว่าในภาคนี้จักได้ฉายบนจอใหญ่ยักษ์อย่างแน่นอน

แถมด้วยตัวผู้กำกับหนังอย่าง ฟรานซิส ลอวร์เรนซ์ได้คอนเฟิร์มแล้วเวยว่าหนังภาคนี้จักกลายเป็นแบบ IMAX 3D ด้วย ซึ่งเรียกได้ว่าจักเป็นการปิดที่บังตาสงครามแห่งพาเน็มอย่างยิ่งใหญ่กันเลยทีเดียว

ซึ่งถึงแม้ว่าตอนหนัง PART1 จักไม่ได้ดูเป็นเวอร์ชั่น 3D แต่ด้วยว่าประเทศจีนกลับได้สิทธิพิเศษได้ดูเป็นเวอร์ชั่นสามมิติ ซึ่งตัวผู้กำกับหนังฟรานซิส ลอว์เรนซ์พอใจกับงานภาพที่ถูกดัดแปลงเป็นสามมิติด้วย

แต่ว่าอย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าหนังภาคที่กำลังจักเข้าฉายนี้อาจจักไม่ใช่ภาคสุดท้ายของแฟรนชายส์นี้ครั้นโจน เฟลเทเมอร์ ที่เป็นซีอีโอของ ค่ายไลออนเกสต์ ได้เปิดปริปากว่า ในอนาคตอาจจักมีการคลอดโปรเจ็คหนังภาคแยกออกมาอีก ซึ่งระยะนี้เรากำลังพัฒนาพร้อมทั้งคิดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของภาคก่อนหน้าไม่ใช่หรือภาคต่อหลังจากหนัง Mockingjay PART 2 จบลง โจน เฟลเทเมอร์กล่าวไว่

พร้อมด้วยจากสถานการณ์ กับ โอกาสที่มีความเป็นไปได้มากกว่าคือการพัฒนาหนังภาคพรีเควนซ์ไม่ก็ภาคก่อนหน้าออกมา ซึ่งแน่นอนว่าตัวหนังอาจจะมีการพูดถึง เกมล่าชีวิต ในครั้งก่อนหน้าหนังภาคแรกซึ่งอาจจะมีความเป็นไปได้ที่ว่าหนังอาจจักโฟกัสไปที่ตัวละครฟินิค(แซม คาฟลิน) เคยเป็นผู้ชนะในเกมครั้งก่อนหน้า

ซึ่งโอกาสที่จะพัฒนาหนังภาคต่อออกมานั้นก็น่ากังขาอยู่ว่าเรื่องราวในพาเน็มนั้นจักมีอะไรให้พูดถึงอีกด้วยเหตุที่เรื่องการปฏิวัติของพาเน็มมันจบลงอย่างสมบูรณ์แน่นอนแล้วในภาคที่ 3 นี้ ด้วยเหตุว่าแฟรนชายส์ Hunger Games นั้นแตกต่างจากแฟรนชายส์อย่าง Harry Potter ยังพาผู้ชมไปเปิดโลกเวทมนตร์ในมิติต่างๆได้อีกเยอะแยะมากมาย

เอาน่ะ!! อย่างไรก็ตามเหตุผลของความพยายามจักพัฒนาภาคอื่นๆของเรื่อง Hunger Games ออกมาอีกก็ก็เพราะว่าหนังเรื่องนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของสตูดิโอไลออนเกสต์ซึ่งทำกำไรให้อย่างมหาศาล และถึงแม้ว่า แฟรนชายส์ของ Divergent จะทำกำไรให้สตูดิโอเช่นกันแต่มันก็ยังห่างไกลคำว่ามหาศาลแบบ Hunger Games





วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558

หนัง: นี่คือ 5 หนังฟอร์มยักษ์ พล็อตใหม่เอี่ยม ที่น่าจับตาดูณปี 2015

นี่คือ 5 หนังฟอร์มยักษ์ พล็อตใหม่ ที่น่าจับตาแห่งปี 2015




เรื่องแรก Chappie





นับว่าเป็นผลงานตัวอย่างหนังใหม่เรื่องล่าสุดของผู้กำกับการแสดงหนัง นีลล์ บล็อมแคมป์ ที่ได้สร้างผลงานหนังสัตว์ประหลาดเรื่องเยี่ยมอย่าง District 9 พร้อมกับหนหนังเรียกร้องมนุษยธรรมอย่าง Elysium มาแล้ว

แต่ทว่า Chappie จักสั่งเล่าเรื่องราวของแชปปี้หุ่นยนต์ที่เกิดมามีความคิดอ่านไม่ต่างจากเด็กน้อยคนหนึ่ง ทว่าโชคเล่นตลกทำให้มันโดนอาชญากรจับตัวไปด้วยกันกลายเป็นสมาชิกที่ไม่สมประกอบ แต่ยิ่งเติบโตขึ้นแชปปี้กลับฉายแววบางอย่างออกมา



เรื่องที่สอง Tomorrowland




นี่เป็นหนังมาใหม่ผลงานการกำกับของ แบรด เบิร์ด ซึ่งได้ตัดผ่านหนังบล็อกบัสเตอร์มาจาก Mission Impossible 4 ที่จะสาธยายเล่าเรื่องราวของ เด็กสาวฮิวจ์ ลอว์รี่ เด็กหญิงที่บังเอิญได้พบกับเข็มกลัดวิเศษเพราะว่าบังเอิญทำให้เธอเดินทางไปยังแดนมหัศจรรย์อย่างทูมอโรว์แลนด์ได้

โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าในโลกที่สวยงามนั้นมีอันตรายด้วยกันความลับอีกมากมายซ่อนอยู่ หนังได้นางเอกบริทท์ โรเบิร์ทสัน แสดงร่วมกับจอร์จ คลูนีย์



เรื่องที่สาม Inside Out




โปรแกรมหนังซึ่งการได้กลับมาของพิกซาร์ซึ่งครั้งนี้จะกลับมาดังเปรี้ยงอีกครั้งเหรอไม่ภายหลังช่วงหลังๆ หนังของค่ายนี้กลับซบเซาในเรื่องของเสียงวิจารณ์พอสมควร

ตัวหนังเล่าเรื่องของ ไรลีย์ ที่เป็นเด็กหญิงขึ้นมาจากชีวิตแบบตะวันตกตอนกลาง ขณะพ่อของเธอต้องเปิดฝาผนังงานใหม่ในซาน ฟรานซิสโก เช่นเดียวกับเราทุกคน ไรลีย์ถูกชักนำด้วยอารมณ์ต่างๆ ของเธอ

  1. ความสุข ใช่ไหม เอมี่ โพเลอร์
  2. ความกลัว หรือ บิล เฮเดอร์
  3. ความโกรธ ใช่ไหม ลิววิส แบล็ค
  4. ความน่ารังเกียจ หรือว่า มินดี้ คาร์ลลิ่ง 
  5. ความเศร้า หรือฟิลลิส สมิธ

ซึ่งอารมณ์ทั้งหมดจึงต้องช่วยให้เธอตัดผ่านชีวิตในแต่ละวันไปได้ นี่เป็นผลงานของพีท ด็อกเตอร์เจ้าของแอนิเมชั่นสุดประทับใจอย่าง


เรื่องที่สี่ Crimson Peak




เนื่องด้วยหนังสยองขวัญแฟนตาซี ที่เล่าเรื่องราวของ อีดิธ ครัชชิง เธอเป็นนักเขียนสาว ที่ต้องพบกับความน่ากลัวที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวสามี และเบื้องหลังตัวตนสุดลี้ลับ ที่เธอเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนตัวหนังจะเน้นความน่ากลัวในคฤหาสน์เก่าๆ

อีกทั้งยังได้ดารามากฝีมืออาทิ
เจสสิกา แชสเทน
ทอม ฮิดเดิลสตัน
จิม เบรเวอร์
มีอา วาซิโควสกา
ชาลี ฮันแนม

ด้วยกันนี่เป็นผลงานการกำกับของ กิลเลอร์โม เดล โตโรจากเรื่อง Pacific Rim



กับเรื่องสุดท้าย Midnight Special




นี่เป็นรอบหนังแนวไซไฟ - ดราม่า ที่บ่งบอกเล่าการเดินทางของคู่พ่อลูกที่ต้องหลบหนีการตามล่า ครั้นพ่อพบว่าในอดีตตราบเขายังเด็กนั้นตนมีพลังพิเศษและมันยังหลับใหลอยู่ในตัว เป็นผลงานการกำกับของเจฟฟ์ นิโคลที่ทำหนังดาร์คๆ เกี่ยวกับอารมณ์มนุษย์อย่าง Mud กับ Take Shelter ตัวหนังจักได้นักแสดงอย่าง

  1. โจเอล เอ็กเกอร์ตัน
  2. แซม เชฟเพิร์ด
  3. คริสเทน ดัสน์


มาร่วมแสดงด้วย

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

วิจารณ์หนัง มลักหมดแก้ว Love on The Rock ชีวีมันแผลบแสนเกรียน

บทวิจารณ์หนัง รักหมดแก้ว Love on The Rock ชีวิตมันแสนสั้น






เช็ครอบหนัง: เนื่องด้วยบางคนอาจจักตั้งคำถามว่าถ้าหากตัวเองไม่ได้เป็นคนกินเหล้าเหรออยู่ในกลุ่มเพื่อนที่ชอบออกไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนในยามวิกาลแล้วจะยัง มีอารมณ์ร่วม ไปกับหนังเรื่องนี้หรือเปล่า อันที่แท้ตัวหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีความเฉพาะกลุ่มขนาดนั้น จริงอยู่ที่เหตุการณ์หลักๆของมันจักเกิดขึ้นกับสังคมในวงสุรา แต่ในขณะเดียวกันตัวหนังก็ยังพูดถึงเรื่องราวความรักของ
หนุ่มสาว - มิตรภาพระหว่างกลุ่มเพื่อน - การเรียนรู้ชีวิตสร้างผ่านชีวิตพร้อมกับคำทำนูลเล่าของคนอื่น

รวมไปถึงการเก็บเกี่ยวประสบการณ์อันมีค่าของแต่ละคนด้วย

เพราะว่าตัวหนังเปรยเล่าเรื่องราวของ ไฟเลี้ยว หรือไม่ก็ พิไลพร สุปินชมภู หญิงสาวรักอิสระกับไม่ต้องการจักถูกผูกมัดใดๆ เธอคิดว่าความรักที่ดีด้วยว่าตัวเองนั้นคือการที่ต่างฝ่ายต่างจะต้องเว้นช่องว่างระหว่างกันไว้จนไม่น่าอึดอัดหรือว่าห่างเหินกันมากจนเกินไป

ถึงแม้ว่าตลอดชีวิตเธอจักผิดหวังมาเพราะว่าตลอดจนกระทั่งเธอได้เจอกับ บั๊กโจ้ หรือไม่ ณปรัชญ์ รัตนนิตย์ หนุ่มตี๋หน้างงโลก เจ้าของร้านเหล้าที่ขอเงินพ่อตัวเองมาเปิด เหมือนเป็นสถานที่เอาไว้สังสรรค์กับเพื่อนฝูง เขาดูไม่คิดจะเป็นแน่แท้จังอะไรกับชีวิตเพราะคิดว่าอนาคตยังอีกยาวไกลพร้อมด้วยเวลาก็เหมือนเป็นสิ่งที่ไม่มีวันหมด

เพราะประเด็นเรื่องการคบกันแบบหลวมๆ จึงถูกพัฒนาและชี้ให้เห็นว่าอันที่เป็นแน่แท้แล้ว ความรักแบบมีช่องว่าง ก็มีปัญหากับความขัดแย้งในตัวเองอยู่ ตราบใดอันที่แน่นอนแล้วการที่คนสองคนอยู่ใกล้ชิดกัน ซึ่งในเรื่องแสดงตนให้เห็นว่าทั้งไฟเลี้ยวพร้อมด้วยบั๊กโจ้อาศัยอยู่ด้วยกัน ในช่วงเวลาที่แต่ละคนอยู่คนเดียวก็ยังมีการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของกันกับกันอยู่ดี ทั้งความผูกพันของคนสองคนย่อมเกิดขึ้นมาอยู่แล้วอย่างไม่อาจจักหลีกเลี่ยง ทำให้การ คบซ้อน ของทั้งสองฝ่ายทำให้ต่างฝ่ายต่างเปรียบเทียบ คนใหม่ ของกันพร้อมด้วยกันอยู่ในที

ซึ่งในขณะที่ฝ่ายหญิงกลายเป็นตัวละครที่พยายามจะสะท้อนสภาวะความไม่แน่นอนของการใช้ชีวิตคู่เธอเลยไม่ปรารถนาจะกระโจนลงไปในสิ่งที่เธอหวาดกลัวว่า ถ้าแม้เธอเองตบปากพร้อมกับรักใครสักคนอย่างหมดหัวใจแล้ว เธอจักไม่ผิดหวัง ไฟเลี้ยวจึงเเอิกเกริกกจักเพลย์เซฟตัวเองด้วยการทำให้เจ็บปวดน้อยที่สุด ซึ่งหารู้ไม่ว่าสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่นั้นก็สร้างความเจ็บปวดให้กับตัวเองไม่จำนนกัน

และถึงแม้ว่าความรักระหว่างคู่ พระ - นาง นั้นจักว้าวุ่นแค่ไหน แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่ปราชัยกันในตัวอย่างหนังใหม่เรื่องนี้ก็คือบรรดาสังคมในวงเหล้าซึ่งประกอบไปด้วย

  1. พี่อุ๊ หรือ มาช่า วัฒนพานิช ที่เป็นเจ๊ใหญ่ในวงเหล้า เต็มที่ในทุกวันกับชีวิต
  2. พี่แมน หรือ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ ที่เป็นเกย์แมนพูดจาตรงไปตรงมีมีความคิดสวนทางกับพี่อุ๊เสมอ
  3. พี่โบ้ รหือ ปองกูล สืบซึ้ง เขาเป็นรุ่นพี่ร่างใหญ่ที่เป็นเหมือนศาลพระภูมิในวงเหล้า
  4. พี่นุ หรือว่า เอ็ม บุดดาเบลส ทายาทลูกเศรษฐีที่ชอบแต่งตัวเป็นฮิปสเตอร์
  5. เจ๊ด หรือว่า สงกรานต์ The Voice เขาเป็นหนุ่มเซอร์สุดเสี่ยว ที่เคยจีบไฟเลี้ยวแต่ไม่ติด
  6. ญาญ่า หรือไม่ก็ แอน โพลิติก เพื่อนสนิทแสนสุภาพของไฟเลี้ยว


ซึ่งความโดดเด่นอย่างหนึ่งของหนังเรื่อง รักหมดแก้ว นั้นก็คือช่วงเวลาที่หนังให้เราได้เห็นการอยู่รวมกันของคณะสุราที่กลุ่มเพื่อนจะพูดคุยกันอย่างสนุกสนานจนเราเกือบลืมไปเลยว่าบุคคลิกลุ่มนี้กำลังแสดงหนังเข้าใหม่ในเราดูอยู่

กับความเป็นกันเอง ของตัวละครจึงทำให้ผู้ชมเปรียบเสมือนเป็นเพื่อนอีกคนที่ได้เฝ้ามองพวกเขาเล่าชีวิตอันน่าตื่นเต้น ฝาดโผนและน่าผิดหวังไปพร้อมๆ กัน

ดังนั้นเรื่องย่อละครจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ปางมีเพื่อนสักคนในกลุ่มเกิดจักเจ็บไข้ได้ป่วยหรือไม่ก็ไม่สบายกะทันหันจนท้ายที่สุดแล้วเพื่อนคนดังกล่าวจะจากเราไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยกันถึงแม้ว่าเพื่อนคนอื่นๆ จักเศร้าแค่ไหน จุดหักเหของชีวิตใครสักคนย่อมทำให้อีกหลายคน คิด ต่อไปอีกว่าชีวิตของเราล่ะจะเดินหน้าไปอย่างไรกันต่อดีก็เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วคนเราก็ต้อง เละบือก ในสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตตัวเอง พร้อมกับสุดท้ายเราก็จะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองเพราะว่าที่ไม่มีใครมาสอนเราได้ด้วยเช่นกัน

@พริตตี้ปลาสลิด

3.5 คะแนนจาก 5 คะแนน

วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

หนังใหม่: Spider-Man ศักยได้เอาใจช่วยมาผสานทีมกับมาร์เวลในหนัง The Avengers

Spider-Man อาจได้ลุ้นมาร่วมพวกกับมาร์เวลในหนังใหญ่




ซึ่งเราเชื่อว่าหลายคนคาดหวังที่จะได้เห็นซูเปอร์ฮีโร่ซุปตาร์ตัวหนึ่งของค่ายมาร์เวลได้มีโอกาสร่วมเจอกับบรรดาซูเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆ ด้วย ซึ่งแน่นอนว่ามาร์เวลนั้นในยุคที่ยังไม่ได้เฟื่องฟูมากเท่าปัจจุบัน ค่ายหนังต่างๆ นั้นล้วนแล้วแต่ถือสิทธิ์ในการดัดแปลง “คอมมิกส์” ให้กลายเป็นภาพยนตร์



ด้วยกันเนื่องด้วยซุปเปอร์ฮีโร่อย่าง Spider-man นั้นเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่ค่ายโซนี่ พิกเจอร์สซื้อสิทธิไปทำพร้อมด้วยอาจกอบโกยรายได้ให้กับสตูดิโออย่างเป็นล่ำเป็นสัน เช่นเดียวกันกับ X-Men ที่ถือสิทธิโดย ทเวนตี้ เซนจูรี่ ฟอกซ์ แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังถูกพะยี่ห้อในฐานะซูเปอร์ฮีโร่ในเครือ “มาร์เวล” อยู่ดี



แต่ทว่าด้วยสิทธิที่กระจายออกไปหลายสตูดิโอเช่นนี้ทำให้การนำซูเปอร์ฮีโร่ทั้งหมด มาขึ้นจอพร้อมกันคงจักเป็นไปได้อย่างยากลำบากเอาซะเหเลื่องเกิน เพราะว่าแน่นอนจนกระทั่งเรื่องของ “เงินๆ ทองๆ” เข้ามาเป็นปัจจัยในการปลงใจแล้ว มีหรือไม่ก็ที่สตูดิโอไหนจะยอมเสียเปรียบ



พร้อมด้วยแม้ว่าจะมีแหล่งข่าวที่รายงานมาจักไม่สามารถยืนยันได้ 100% ว่าทางมาร์เวลที่อยู่ใต้ชายคาดิสนีย์ นั้นได้พยายามเจรจากับทางโซนี่เพื่อขอดึงตัวสไปเดอร์แมนมาร่วมอยู่ในจักรวาลมาร์เวล ซึ่งอย่างน้อยก็ในหนัง The Avengers



กับในขณะที่ฝั่งมาร์เวลได้แผ่ขยายจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ของตัวเองได้กว้างขึ้นเรื่อยๆ ด้วยกันดูไม่มีทีท่าว่าจะหยุดในเร็ววัน ขณะที่การเจรจากับหลายๆ สตูดิโอก็ยังดำเนินจากนั้นเรื่อยๆ ซึ่งเอาเข้าแท้ๆ แล้วถึงโซนี่จักยอมให้สไปเดอร์แมนมาร่วมพวกกับอเวเจอร์สแน่นอนหรือไม่

ซึ่งถ้าเกิดข้อตกลงเรื่องตัวเลขเงินค่าสิทธิ์พร้อมกับส่วนแบ่งลงตัว คิดว่าโอกาสในการร่วมจอกันระหว่างสองค่าย ไม่น่าจักใช่เรื่องที่ยากเย็นนัก




และไม่แทบแต่ Spiderman เท่านั้น จนถึงไม่นานมานี้ฮีโร่อีกตัวจากค่ายมาร์เวลล์อย่าง Deadpool ก็เป็นที่คอนเฟิร์มอย่างแน่นอนแล้วว่าจะถูกประกาศสร้างภายใต้ชายคาของฟอกซ์พร้อมทั้งได้ ไรอัน เรย์โนลด์ มารับบทนำ ซึ่งตัวละครนี้จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในหนัง “สปินส์ออฟ” หรือไม่ก็ภาคแยกออกมาจากแฟรนชายส์ X-Men นั่นเอง เพราะว่าจักได้ผู้กำกับหนังอย่างทิม มิลเลอร์มาดูแล




ซึ่งเชื่อกันเป็นอย่างยิ่งว่า ไม่ว่าผลการเจรจาจักออกมาเป็นอย่างไร แต่เราเชื่อมั่นว่าถ้าสมมุติเหล่าฮีโร่มาร์เวลได้มารวมตัวครั้งใหญ่กันยิ่งๆแล้วล่ะ ก็มันจักกลายเป็นปรากฏการณ์ที่โลกหนังจะต้องจดจำไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียว


ที่มา: http://xn--12cmad7fk7bcnb3gc0fe3una1a6g.blogspot.com/

ติดตามรับข่าวสาร หนัง ดูหนังใหม่ โปรแกรมหนัง เช็ครอบหนัง เพิ่มเติมได้ที่ http://movie.sanook.com/



วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2557

หนังใหม่หัวข้อ Roaring Currents มหาการสู้รบทางเกียนสุดอลังการ

หนังใหม่เรื่อง Roaring Currents มหาศึกทางทะเลสุดอลังการ




ถึงแม้ว่าตลาดหนังเกาหลีในบ้านเราออกจักซบเซาไปมากก็ตาม ผิดกับช่วง 10 กว่าปีก่อนที่เรียกได้ว่ามีหนังเกาหลีมากมายหลายแนวให้เราดูกันอย่างไม่ขาดสาย นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายอยู่ไม่น้อยที่หนังเกาหลีฟอร์มโตหลายต่อหลายเรื่อง ไม่ได้เข้าฉายในประเทศไทย




แต่ทว่าหนังเรื่อง Roaring Currents เป็นหนังเกาหลีฟอร์มยักษ์เรื่องล่าสุดที่มีคิวเข้าฉายในบ้านเราวันที่ 9 ตุลาคม 2557 นี้

กับได้กลายเป็นหนังบ๊อกซ์บัสเตอร์ประจำเกาหลีพอเดือนสิงหาคมที่ทะลวงมาเพราะ 5 วันแรกที่ตัวหนังเข้าฉายนั้นเรียกได้ว่าหนังศักยทำยอดขายบัตรได้ถึง 4 ล้านกว่าในในประเทศเกาหลีใต้ด้วยกันตลอดโปรแกรมหนังที่ฉายนั้นเรียกได้ว่าหนังปิดยอดรายรับรวมในประเทศตัวเองไปถึง 111 ล้านเหรียญสหรัฐจากทุนสร้างของเรื่อง 18.6 ล้าน



เหตุด้วยตัวหนังนั้นจักเล่าถึงเรื่องราวของสงครามที่เกิดขึ้นในยุค 1597 ตามประวัติบุคคลศาสตร์ของชนชาติเกาหลี ครั้งพลเรือเอกยีซุนชิน ซึ่งรับบทโดย ชอยมินซิก จากหนังเรื่อง Oldboy ที่เป็นผู้นำเรือรบสัญชาติเกาหลีที่มีแค่ 12 ลำ แต่ก็เก่งเอาชนะ พลเรือเอกโทโดะกับกองทัพเรือญี่ปุ่นที่มีแสนยานุภาพกว่า 300 ลำ ด้วยการวางแผนและการอ่านทิศทางลม จนกลายเป็นกลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้เพื่อศึกษาจนถึงปัจจุบัน

เพราะที่เนื้อหาในเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเรื่อง Roaring Currents นั้นถูกอ้างอิงมาจากพงศาวดารของประเทศกาหลีทีชื่อว่า Battle of Myeongryang อันเป็นบันทึกทางประวัติส่วนตัวศาสตร์ของนายพลยี่ซุนซิน ที่อาจจักวางแผนกลยุทธ์ในการรบทางเรืออย่างชาญฉลาดด้วยกันสามารถกุมชัยชนะมาให้ประเทศเกาหลีได้



กับตัวหนังนั้นได้ผู้กำกับฝีมือดีอย่าง คิมฮานมิน ที่เคยได้ทำหนังสงครามเรื่องเยี่ยมมาแล้วใน War of the Arrows เพราะที่เขาได้เล่าเพราะว่าคร่าวๆ ว่า ในสมุดบันทึกของนายพลยีซุนชิน เขาแสดงว่าชัยชนะของสงครามครั้งนั้นอยู่ในมือของพระเจ้า ทว่าระหว่างที่ผมเตรียมงานสร้างเรื่องนี้ ผมก็รู้สึกว่านี่ไม่ใช่โชคใช่ไหมปาฏิหาริย์ แต่มันมาจากพลังใจของทหารที่ต้องการที่จักปกป้องดินแดน รวมถึงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดของ นายพลยีซุนชิน ที่ท้ายที่สุดแล้วเขาไม่เสียเรือไปเลยแม้แต่ลำเดียว ผมปรารถนาเล่าถึงเหตุการณ์สุดมหัศจรรย์ทาง ที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือของมนุษย์ล้วนๆ


ตัวอย่างหนังใหม่ เรื่อง Roaring Currents



ที่มา: http://movie.sanook.com/43149/

ติดตามรับข่าวสาร หนัง หนังเข้าใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ เช็ครอบหนังเพิ่มเติมได้ที่ http://xn--12cmad7fk7bcnb3gc0fe3una1a6g.blogspot.com/